Honda สยายปีกเตรียมส่ง All New CBR1000RR, CBR1000RR SP และ CBR1000RRW ลุยตลาดในปี 2020

สวัสดีครับพบกับเกรทไบเกอร์อย่างต่อเนื่องอีกครั้งหนึ่งนะครับจากที่มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้นะครับเกี่ยวกับทิศทางในการพัฒนารถโมเดลใหม่จากทางฮอนด้าในคลาส 1000 ซีซีอย่างตระกูล CBR 1000 RR แบบ All New ล่าสุดทางยังแมชชีนนะครับสื่อชื่อดังของญี่ปุ่นนั้นได้ออกมาเปิดเผยว่าทางค่ายจะมีโมเดลย่อยของรุ่นนี้ถึง 3 รุ่นด้วยกันนะครับ ซึ่งประกอบไปด้วย CBR 1000 RR CBR1000RR SP และ CBR1000 RR W นั้นเองครับ จากการคาดการณ์ข้อมูลนะครับแล้วก็ภาพ 4G ที่เราเห็นนี้จากทางยังแมชชีนทั้ง 3 Model จะใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องยนต์เดียวกันแต่จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ ซึ่งเครื่องยนต์จะเป็นแบบ 4 สูบเรียง 1000 CC Double OH camsharp 4 วาล์ว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำแต่ไฮไลค์สำคัญที่สุดก็ตามกระแสข่าวนั่นแหละครับก็คือในเรื่องของการพัฒนาระบบวาล์วแปรผัน Vtec เข้าไปในตัวเครื่องยนต์ด้วย โดยหลักการก็คือ จะทำให้เราทั้ง 4 ทำงานอยู่ตลอดเวลาและเซ็ตเพลาลูกเบี้ยวให้ทำงานราบรื่นขึ้นเพื่อที่จะสร้างพละกำลังในรอบความเร็วต่ำและความเร็วสูงให้ออกมาดีที่สุด และอีกประเด็นก็คือในเรื่องของมาตรฐานยูโรไฟส์ครับที่กำลังจะมีการบังคับใช้แบบเต็มรูปแบบในปีหน้า 2020 ซึ่งการใส่ระบบวาล์วแปรผันเข้าไปนั้นจะเป็นหนึ่งในคีย์สำคัญของการผ่านมาตรฐานนี้เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มพลังให้กับตัวเครื่องยนต์แล้ว ยังคงเป็นการลดการปล่อยมลพิษด้วยซึ่งทั้งนี้ทางยังแมชชินเองนั้นนะครับได้คาดการณ์ว่ามันมีโอกาสที่เครื่องวีเทครุ่นนี้จะแรงม้าสูงสุดออกมาได้ถึง 220 PS ด้วยกัน ซึ่งหากตัวเลขนี้เป็นจริงเท่ากับว่าจะเป็นการเกทับคู่แข่งกับคันอื่นๆในคลาสเดียวกันอย่างชัดเจนครับ สำหรับความแตกต่างของ All New Honda CBR 1000 RR ทั้ง 3 Model นั่นก็คือ CBR1000 RR Version ปกติเป็นมาตรฐานนะครับส่วน CBR1000RR SP นั้นเป็นเวอร์ชั่นตกแต่งพิเศษที่จะแตกต่างกันที่อุปกรณ์ของตัวรถ อย่างเช่นมีระบบกันสะเทือนหน้าแบบไฟฟ้าที่จะทำงานแบบ Active ตลอดเวลา รวมไปถึงท่อไอเสียจากสำนักแต่งด้วย และสำหรับ CBR1000 RRW นั้นนะครับนอกจากจะได้อุปกรณ์ต่างๆมาแล้วจะยังมีการติดตั้งวิงเล็ทหรือว่าเจ้าปีกในส่วนของชุดแฟริ่งด้านหน้าซึ่งมันคืออุปกรณ์ทางอากาศพลศาสตร์ aerodynamic นะครับที่จะช่วยให้การกดตัวรถอยู่ติดกับพื้นให้ได้มากที่สุดและยังเป็นตัวช่วยในการแหวกอากาศลดการปะทะของลมกับตัวผู้ขับขี่อีกด้วยสำหรับการกดล้อหน้าอยู่กับพื้นนะครับ จะทำให้การควบคุมตัวรถสามารถทำได้ง่ายขึ้นลดภาระและการออกแรงของผู้ขับขี่ ซึ่งตรงนี้นะครับในสนามแข่งจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนมากที่สุด คาดการณ์ว่าในช่วงปลายปี 2019 นี้นะครับเราก็น่าจะได้เห็นตัวเป็นๆของ All New CBR 1000 RR กันแล้ว รอติดตามกันได้ที่งานใหญ่อย่างโตเกียวมอเตอร์โชว์หรืออิ๊กมาโชว์กันให้ดีครับ