เทคนิคปรับนิสัย ให้กล้าปฏิเสธ

วันนี้นะครับเราจะมาบอกถึงต้นเหตุที่คุณเป็นหนี้นะครับ และที่ทำให้ใช้เงินต่อเดือนๆหนึ่งเยอะนะครับ มันก็ตามหัวข้อเลยนะครับนั้นคือคุณไม่กล้าปฏิเสธคนครับ เหตุผลนี้ครับเชื่อว่าหลายคนก็คงเจอ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนชวนให้คุณซื้อของ  หรือการยืมตังค์ของเพื่อน อะไรเหล่านี้นะครับ ก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณต้องจ่ายตังค์ ทั้งที่คุณรู้สึกว่าเฮ้ยฉันไม่อยากจ่ายเลยนะครับ แต่ก็อาจจะทำให้รู้สึกแบบว่า เฮยก็เกรงใจอ่ะ ช่วยซื้อหน่อยละกัน  นี้ละครับวันนี้จะมาทำความเข้าใจนะครับว่า เฮ้ยเพราะอะไรเราถึงไม่กล้าปฏิเสธ เเละเพราะอะไรที่จะทำให้กล้าพูดว่า เฮ้ยแกฉันไม่เอา

       ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยเจอเหตุการณ์ต่างๆข้างต้านมาแล้ว อย่างล่าสุดมีคนมายืมตังค์แหละ เเต่เราก็ปฏิเสธมา 2-3 ครั้งละ เราก็รู้สึกใจหายเหมือนกันว่าเป็นอะไรที่ก้าวข้าม จุดกำเนิดของการที่คุณช่วยเหลือเขา จุดกำเนิดของการที่คุณปฏิเสธคนไม่เป็นนนี้นะครับ ว่ายๆเลยนะครับคือคุณเนี่ยเกรงใจเขา ถูกมะ คุณไม่กล้าปฏิเสธเพราะคุณเกรงใจเขา กลัวว่าคุณที่คุณปฏิเสธเนี่ยเขาจะเสียใจ กลัวว่าคุณจะไม่ได้การยอมรับจากคนนั้น กลัวว่าคุณจะไม่ได้รับความรักจากคนนั้นครับ นั้นคือสาเหตุหลักที่ทำให้คุณไม่กล้าปฏิเสธ แบบว่าปากหนัก รู้สึกอยากจะพิสูทตัวเองว่าตัวเองเจ๋ง หรืออยากให้เขามายอมรับคุณหรืออยากให้เขาชื่นชมคุณ นี้ละครับเป็นต้นเหตุที่ยอมให้เพื่อยยืมเงินโดยที่คุณไม่กล้าปฏิเสธเลย แล้วทำไมคุณต้องให้คุณอื่นมารักครับ คำตอบง่ายมาก เพราะว่าคุณยังรักตัวเองไม่มากพอไงครับ ซึ่งถ้าเกิดคุณนะครับเป็นคนที่รักตัวเองอยู่ตลอดเวลา คุณจะต้องไม่แสวงหาความรักหรือความเข้าใจจากเพื่อนของคุณ โดยที่คุณไม่กล้าตรงไปตรงมากับเขาที่คุณให้ยืมเพราะว่าอะไร เพราะฉนั้นนะครับ ผมถึงให้คุณชื่นชมตัวเองทุกวัน ให้คุณเฉลิมฉลองกับทุกๆความสำเร็จ  การที่คุณขอบคุณตัวเอง หรือรักตัวเองทุกวันเนี่ย จิตใต้สำนึกของคุณเค้าจะรู้ว่า เฮ้ยจริงๆแล้วคุณเป็นคนที่คุณค่ามากพอ แค่เพื่อนหนึ่งคนที่คุณปฏิเสธเขาไปว่าคุณจะไม่ช่วยเขาซื้อสินค้า หรือคุณจะไม่ให้เงินเขา คุณจะได้ปฏิเสธ แล้วคุณจะไม่ได้ร้องขอว่าเขาต้องมารักคุณ ต้องแคร์คุณ เพราะคุณรักตัวไง เพราะคุณชื่นชมกับตัวเองมากพอ เพราะคุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คุณไม่ได้ต้องการการยอมรับจากคนที่เขามาขายของให้คุณหรือมาช่วยคุณ  เชื่อไหมครับว่าคุณชื่นชมตัวเองจากความสำเร็จเล็กๆน้อยอย่างเก็บเงินได้แล้ว 1000 บาท แต่ก็มีอีกตั้งกี่คนว่ะ ที่ไม่มีเงินเก็บเลยแม้กระทั่ง 1000 บาท วันหนึ่งนะครับที่คุณเองใส่ใจหรือชื่นชมตัวเองมากพอคุณจะเลิกหเเละไม่สนใจเลยครับว่าคนอื่นเขาจะมารักคุณหรือชื่นชมคุณหรือป่าว  ไม่ใช่ว่าเราใจดำนะ แต่เป็นเพราะว่าเราช่วยเขาซื้อสินค้าวันนี้ มันเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็น เราก็เชื่อว่าเขาไม่สามารถทำให้เราเห็นความสำคัญของสินค้าindeemเขาได้ เราซื้อเพราะเเค่สงสาร เขาจะไม่สามาถทำธุรกิจนี้หรือทำอาชีพนี้ได้ตลอดไป  เราจึงได้ปฏิเสธอย่างทรงพลังว่าสินค้านี้เราไม่ได้ต้องการ ขอบคุณนะที่มาเสนอเราแต่เราไม่ได้ต้องการสินค้าชิ้นนี้ คุณจะกล้าที่ตรงไปตรงมาไม่ต้องแบบว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยผมมองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกัน มันคนละเรื่อง มันคือสินค้าที่เค้าขายแล้วคุณก็ปฏิเสธเพราะคุณไม่ได้ใช้มันจริงๆ ส่วนเรื่องการยืมตังค์นะ ผมเคยปฏิเสธไป 2-3 คน ผมเข้าใจดีว่ามันคือปัญหาของเขาและมันมืด 8 ด้านจนไม่รู้ว่าจะไปหาใครดีแล้ว แต่จากประสบการณ์ของผม การกู้หนี้เพื่อเอาไปใช้หนี้ หรือเพื่อนำไปใช้ในหนี้บริโภค ผมรู้ปลายทางของมันคือว่าปลายทางมันจบไง เพราะฉนั้นผมจึงกล้าปฏิเสธไปเลยว่า ผมไม่มีนะในการที่จะเอาเงินตรงนี้ไปให้เขายืม แต่ผมกับเขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ มองอีกมุมถ้าเปลี่ยนจากช่วยเป็นการให้ไปเลย ถึงแม้ให้น้อยหน่อยแต่เงินก้อนนี้ถือว่าเราให้เพื่อน เราก็จะได้ไม่หงุดหงิดใจด้วยไง ขอยืม 5000 แต่เราให้ 500 แล้วจบกัน ผมมองว่าดีกว่า เงิน 5000 กับคาวมสัมพันธ์ 3 4 5 ปี บางคน 10 ปี จะได้ไม่สูญเสีย จริงปะ

          เพราะฉนั้นนะครับผมอยากให้คุณเข้าใจ ที่มาที่ไปว่าทำไมคุณถึงปฏิเสธคนไม่เก่ง เเละคุณจะกล้าพอปฏิเสธคนอื่นในสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ได้ด้วยการชื่นชมและเติมเต็มตัวของตัวเองอยู่เสมอนั้นเองครับ